แชร์ประสบการณ์ ทำตา 2 ชั้น แบบ Scarless Technic

เงียบหายไปนาน เพราะโน๊ตบุตเสียจากฝีมือลูกสาวทุบ จนฮาร์ดดิสพัง จนต้องมาใช้ของสามี เพราะ
มีเรื่องเด่นที่อยากมาแชร์สาวๆ ก็คือ ทำตาสองชั้น จ้า  ถ้าใครเห็นรูปใจคงคิดว่า ตาไม่ได้เป็นไรมาก
แต่จริงๆแล้ว ที่บ้านมีกรรมพันธุ์ชั้นตาตกและตาไม่เท่ากัน เป็นกันหมดบ้าน แม่ พี่สาวก็ประเดิมไปทำละ
มาถึงคิวเรา ได้หยุดยาวเพราะออกจากงาน เลยมีโอกาสทำซะเลย เราเองก็หาข้อมูลทำตามานานละ
แต่ไม่ได้ตัดสินใจสักที เพราะกลัวไม่สวยบ้าง ราคาเเพงบ้างละ จนวันหนึ่ง ไปอ่านเวปศัลยกรรมต่าง เช่น
มีดหมอ ดั้งโด่ง เห็นคนพูดถึงหมอเกมส์เยอะมาก ว่าทำสวย เลยตั้งใจหาข้อมูลอย่างจริงจัง จนไปเจอบล๊อกของหมอเกมส์ หมอได้เขียนข้อมูล เพื่อการตัดสินใจทำ ลองเข้าไปอ่านกันดูนะ เราอ่านปุ๊บก็ตัดสินใจทำเลย เพราะเทคนิคที่คุณหมอทำเป็นเทคนิค scarless แผลจะมีขนาดเล็กมาก เพียง 3 mm. เห็นว่ามีหมอเพียง 5 คน ในประเทศไทยที่ทำได้  และหนึ่งในนั้นก็มีคุณหมอเกมส์ ซึ่งประจำอยู่บีบีคลีนิค (ของคุณธัญญาเรศ หรือคุณนพนภา หรือคุณนายโบท๊อกซ์ในแรงเงา แหม ถ้าสวยขนาดนี้ฉันก็ยอมนะจ๊ะ ตามกระแสละคะ อินจัด )
บีบีคลีนิคสำหรับศัลยกรรมมี 2 สาขา คือ บีบีเซ็นเตอร์จะอยู่ที่ ทองหล่อ ราคาสูงหน่อยเพราะบริการดีกว่า จะได้พบและปรึกษากับแพทย์ได้โดยตรง ส่วนบีบียู(ที่เราไปทำตา) ราคานักศึกษา จะได้พบผู้เชี่ยวชาญทั้งก่อนและหลังทำ เขามีเกมส์ มีโปรโมชันบ่อยๆ
บีบีเซ็นเตอร์ http://www.bbbeautycenter.com/en/
บีบียู คลีนิค http://www.bbyoubeauty.com/
ตัดสินใจเรียบร้อย โทรไปนัดเพื่อพบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเราว่าไม่ต้องนัดก็ได้นะ ถ้าไปวันธรรมดา ช่วงเช้าหน่อย เพราะผู้เชี่ยวชาญของเขาก็คือพนักงานที่ได้รับการอบรมทั่วไปอะ เขาดูตาเรา ก็บอกอย่างที่เราเห็นนั่นแหละว่ามันมีหลายชั้น สามารถแก้ไขโดยวิธี scarless (ที่มาก็เพราะเทคนิคนี้แหลคะ) จากนั้นก็จะสอบถามประวัติ การแพ้ยา โรคประจำตัว ผู้เชี่ยวชาญจะให้งดวิตามินทุกอย่าง อย่างน้อย 2 สัปดาห์ จากนั้นก็เลือกหมอที่จะทำตา มันแน่นอน เราเลือกหมอเกมส์ เพราะคลีนิคนี้ เขาเขียนว่า ดำเนินการโดย หมอเกมส์ แสดงว่าหมต้องเป็นผู้มีประสบการณ์มามาก เห็นเขาว่าเก่งทั้งทำตา ทำจมูกเลยนะ นัดวันและจ่ายมัดจำ 1000 บาท หมอเกมส์จะเข้ามาไม่กี่วัน จำไม่ได้แต่ที่แน่ๆมาวันอาทิตย์ เรานัดวันอาทิตย์ เพราะต้องให้สารถีขับมาให้ นี่หน้าตาบัตรนัด (ไร้สาระไปปะ)

ถึงวันนัด เอาสถานที่มาให้ดูด้วย หุหุ เห็นแต่เรายะ คลีนิคเป็นตึก 4 ชั้น ดูแผนที่จากเวปไซต์เขาได้เลยนะ คลีนิคพยายามตกแต่งภายในนำเสนอสไตล์เกาหลี มีแต่รูปดาราเกาหลี หุหุ ฉันจะสวยเหมือนเกาหลีป่าวเน้อออ

ชั้น 1 เป็นที่พบผู้เชี่ยวชาญ และชำระเงิน ชั้น 2 ไม่รู้ เพราะไม่ได้ใช้บริการ เราและแฟนขึ้นลิฟท์ไปชั้น 3 เป็นห้องรับรองสำหรับญาติแบ่งเป็นห้องๆ สวยดี แฟนบอกว่ากาแฟอร่อยมาก ส่วนเราไปชั้น 4 มีห้องพักสำหรับผู้เข้ามาบริการ และห้องผ่าตัด ชั้นนี้จะคลีนนิ่งมาก เปลี่ยนรองเท้า ละไปนั่งรอหน้าเคาน์เตอร์ จะมีเจ้าหน้าที่ เรียกชื่อเพื่อให้ไปถ่ายรูปก่อนทำ จากนั้นพนักงานพาไปเปลี่ยนชุด ถอดหมด ใส่แค่กางเกงในกับชุดคลุมของคลีนิค
มีข้อแนะนำ
-แนะนำว่าถ้าจะสะดวกก็ควรนัดวันที่เรา ไม่เป็นประจำเดือน เพราะกางเกงในของคลีนิคเป็นแบบใช้แล้วทิ้งมันก็หลวมหน่อย แต่ก็ไม่ซีเรียสหรอกนะแล้วแต่คนอะ
-เอาครีมบำรุง ครีมกันแดดพกไปด้วย เพราะต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด ตอนกลับหน้าจะได้ไม่โล้นกลับไป
-เอาสารถีไปด้วยจะดีมาก เพราะจะได้ฝากของมีค่าไว้ เขาให้ถอดเครื่องประดับให้หมดนะจ๊ะ ไม่ต้องใส่ไปเลยก็จะดี (อีชั้น ใส่ยังกะคุณนายเก็บดอกเบี้ย ไม่กล้าเก็บไว้บ้าน ขโมยชุม)
-ที่สำคัญที่ต้องเอาไป คือ แว่นกันแดดจ้า เพราะหลังทำอาจจะระคายจากฝุ่น ลม แสงแดด และดีอีกอย่างเผื่อใครอยากจะไปเที่ยวต่อ ก็ช่วยอำพรางได้ดี

มีอีกหนึ่งข้อแนะนำ ให้ทานอาหารที่มีวิตามินเค เช่น  ผักใบเขียว  เมล็ดธัญญพืช ตับหมูมีมากที่สุด  เพราะหลังผ่าตัด เลือดจะได้หยุดไหลเร็ว แต่ไม่ต้องถึงขนาดต้องกินวิตามินหรอกนะ เพราะบางครั้งก็อาจมีผลข้างเคียง โดยเฉพาะวิตามินอี อย่าได้แตะเชียว

คลีนิคนัดเรามา 9.45 เพื่อเตรียมตัวอย่างที่เขียนไป อ้อ ลืมบอกไปว่าสามารถทานข้าวมาได้นะจ๊ะ เพราะเป็นผ่าตัดเล็กๆ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้ามานั่งรอที่ห้องพัก หมายเลข 3 พนักงานมาให้คำแนะนำการดูแลหลังผ่าตัดและการทานยา และนั่งรอในห้องมีเตียงนอน เก้าอี้ กระจก และนิตยสาร 2 เล่ม (ไม่มีมือถือ เลยไม่ได้เก็บภาพมาฝาก) โชคดีมากที่มีนิตยสาร เพราะรอนานมาก หมอมา 11 โมง แต่มีคิวทำจมูกก่อนเรา รอจนหลับอะคะท่าน

ถึงเวลาทำ เดินไป ห้องผ่าตัด อยู่ใกล้กะห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ในห้องเป็นห้องผ่าตัดแบบที่เคยเห็น แต่บรรยากาศดีกว่า มีเจ้าหน้าที่ 3-4 คน และหมอกำลังดูเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ เเบบชิวมากอะ หมอเกมส์ น่ารักอะ พูดหวานดูใจดีอะ ชอบคะ แอบเม้าท์หมอนิดนึง คุณหมอขับเบ็นซ์ป้ายแดงนะแก แต่มือถือหมอเก่ามาก สงสัยคนไข้เยอะ ไม่มีเวลาอัพเดต ไม่ดี ไม่ดี เข้าเรื่อง หมอให้นั่งบนเตียง และถ่่ายรูปก่อนทำ และบอกว่าจะทำให้สวยๆ หมอก็พิจารณาใช้แท่งเหมือนไม้จิ้มสองหัว ขีดไปที่เปลือกตา และก็จุดตำแหน่งเปลือกตาเพื่อผ่าตัด ตอนนอน ตัวเกร็งมาก เหมือนมาผ่าฟันคุด (อดีตที่น่ากลัวมาก) เจ้าหน้าที่เอาแผ่นอะไรไม่รู้เย็นๆมาแปะที่ต้นขา และผูกแขนทั้งสองข้างไว้กับเตียง จากนั้นหมอก็เริ่มฉีดยาชา หมอบอก เจ็บเหมือนมดกัด เหมือนหลอกเด็กเนอะ ตอนเข็มจิ้มลงไปนะ เออก็เจ็บจริงอะแต่ทนได้ เสียวๆหน่อยว่ามันจะแทงไปถึงตาไหม แทงเสร็จไม่มีการทดสอบเลยอะ ว่ายาออกฤทธิ์ไหม หมอปาดเลยอะ(หรือทดสอบแต่เราเองไม่รู้สึกหว่า) หมอเริ่มทำตาขวาก่อน เพราะมันมีสองชั้นหน่อยนึง ทำง่าย ระหว่างทำไม่เจ็บ แต่มีความรู้สึกได้ว่าโดนผ่า โดนดึง มีช่วงนึงที่จี๊ดๆ เหมือนหมอเอาไฟมาจี้อะ เพราะมีกลิ่นไหม้ด้วย หมอจะสั่งลืมตา หลับตา บ่อยๆ เพื่อดูชั้นตา ตอนลืมตาสุดๆ เหมือนจะลืมไม่ขึ้น เกร็งตูดมาก ต่อด้วยตาซ้าย ตาด้านนี้มีปัญหา มีหลายชั้น ด้านนี้ทำนานหน่อย แก้บ่อยด้วย เพราะต้องให้ขนาดตาใกล้เคียงกัน พอทำเสร็จ ใช้เวลาไปน่าจะประมาณ 20 นาทีนะ หมอบอกว่า ก็เท่าที่แก้ไขได้อะนะ (อ้าว พูดงี้คือมันไม่สวยหรอคะ) และอยู่ได้ 5 ปี ดังนั้นต้องกินเยอะๆ ให้มีไขมันเยอะๆ เพราะผอม ไขมันไม่มีเลยที่เปลือกตา หมอต้องดึงไขมันมาช่วย จากนั้นหมอก็ถ่ายรูปหลังทำไว้ และได้แนะนำการบริหารเพื่อให้ได้ชั้นตา

วิธีการคือ มือหนึ่งถือกระจก อีกมือหนึ่ง ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางวางไว้ที่หน้าผาก เพื่อไม่ให้เลิกคิ้วขึ้น
จากนั้นมองตามกระจก  3 ขั้นตอน คือ
1. ยกกระจกขึ้น 45 องศา นับ 1-5
2. ลดระดับกระจกมาไว้แนวราบกับพื้น
3. ลดระดับกระจก 45 องศา ให้มองเห็นแผล
จากนั้นก็วนไปทำข้อ 2 และข้อ 1 ตามลำดับ ทำเช่นนี้ 100 ครั้งต่อวัน ฟังละเหนื่อย พอทำยิ่งเหนื่อย เมื่อยแขน ปวดตามาก

วิธีการดูแลหลังผ่าตัด สามารถอ่านได้จากเอกสารที่ทางคลีนิคให้มา แต่เราเพิ่มเติมคำแนะนำเล็กน้อยละกัน ไว้สำหรับเตรียมตัว

-ไม่ให้แผลโดนน้ำ 1 สัปดาห์ เผื่อความชัวร์ เราเลยซื้อคลีนซิ่งเช็ดหน้า แบบไม่ต้องล้างหน้าด้วยน้ำตาม ในแต่ละวันไม่ได้แต่งหน้าอยู่ละ ให้แนะนำก็  cleansing express, Neutrogena หรือ Cetaphil ก็ได้ ส่วนเราใช้นูโทรจีน่า น้ำใสๆ ใช้ได้ทั้งรอบดวงตา ก็โอนะ

-ประคบเย็น ไปซื้อมาเตรียมไว้เลยนะ มันช่วยให้ตาหายบวมเร็วมาก ของเราใช้เจลเย็นกับที่ประคบตาของเลอชาช่า ซื้อจากวัตสันตอนโปรโมชัน ชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท แต่มันเย็นไม่นานเหมือนเจลเนอะ และต้องเอาแบบยาวกว่าในรูปนี้นะ ตอนใช้ก็หาผ้าสะอาดมาห่อก่อน แผลจะได้ไม่โดนไอน้ำ

ยาที่ได้กลับมา ก็มียาแก้อักเสบ ยาลดบวม ยาแก้ปวด ยาทาแผลและสำลี (ถ้าไม่พอต้องใช้สำลีแกะใหม่เท่านั้น) หลังจากนี้อีก 1 สัปดาห์ มาพบผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ระหว่างนี้เราก็ดื่มน้ำใบบัวบกทุกวัน ฝีมือคุณแม่ ออกบ้าน ก็หาซื้อน้ำใบบัวบกติดตัวตลอด

และทานอาหารที่มีโปรตีนเยอะ ๆ เช่น นมถั่วเหลือง ปลา ที่สำคัญเลี่ยงเเสงแดด หลังจากนี้ 1 เดือนสามารถทาครีมลบรอยแผลเป็นได้ เช่นพวก scagel หรือสมูทอี อยากเห็น Before – After กันแล้วละสิ แต่รูปที่ถ่ายเทียบกับหลังทำไปแล้ว 3 วันนะ จะยังบวมหน่อย (ช่างกล้าโชว์เนอะ)

ก่อนทำตาเหี่ยวมาก ทั้งกรรมพันธุ์และความผอมตอนยิ้มต้องเลิกคิ้ว เพื่ออำพรางตา เขียนขอบตา ปัดอายแชโดว์ก็ไม่สวยเลย ดูเป็นกะเทยเฒ่า ทั้งที่เดี๋ยวนี้กะเทยสวยกว่าผู้หญิงอีก เอาละมาดูแผลกัน

ยังมีคราบเลือดติดอยู่ ไม่กล้าเช็ดออกแรง ปล่อยให้มันหลุดเอง จะเห็นว่าแผลมันก็เล็กจริงๆ และก็ไม่เจ็บเลย ปวดนิ๊ดๆ เอง แต่ก็ต้องแนะนำสาวๆนะว่า ถ้าอยากจะให้เป๊ะจริงๆ ควรหาวันหยุดสัก 3-4 วัน จะได้มีเวลาประคบเย็น ตาจะได้ไม่บวมไปทำงานและได้ให้ตาได้พักผ่อนด้วย แค่นี้ก็สวยได้ดังใจละจ้า

หวังว่าการแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้ จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านนะคะ เราเข้าใจหัวอกคน จะซื้อ จะทำอะไรสักอย่าง ต้องมีข้อมูลมาช่วยตัดสินใจ เพื่อให้เกิดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ถ้ามีอะไรดีดี หรือ ไม่ดี เราก็จะเอามา บอกนะจ๊ะ แต่ให้จำไว้เสมอว่า ของทุกอย่าง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อาจจะไม่เหมือนกันเสมอไปนะจ๊ะ

 

อัพเดต หลังทำตาสองชั้นมา 1 เดือน

Tagged , , , . Bookmark the permalink.

2 Responses to แชร์ประสบการณ์ ทำตา 2 ชั้น แบบ Scarless Technic

  1. woff18 says:

    อยู่ได้5ปีเองหรอค่ะทั้งที่ก็กรีดมีแผลอยู่

       8 likes

  2. Pingback: อัพเดต หลังทำตาสองชั้นมา 1 เดือน | Sitapatch's Blog

You must log in to post a comment.